08/05/2569

นายทะเบียนออกระเบียบกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับอายุของผู้จัดการสหกรณ์ที่ขัดต่อเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย


     การกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับอายุของผู้จัดการสหกรณ์ที่ขัดต่อเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542

     แม้นายทะเบียนสหกรณ์จะมีอำนาจในการออกระเบียบหรือคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการของสหกรณ์ แต่ย่อมต้องคำนึงถึงหลักการและความเป็นอิสระของสหกรณ์ การมีส่วนร่วมของสมาชิกในการควบคุม กำหนดนโยบายและการตัดสินใจของสหกรณ์ด้วยซึ่งต้องใช้อำนาจกำกับดูแลเท่าที่จะเป็นตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์หรือเพื่อประโยชน์ในการดำเนินกิจการสหกรณ์เท่านั้น 

     นายทะเบียนสหกรณ์จึงมีอำนาจเพียงกำกับดูแลสหกรณ์ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ที่ให้สมาชิกของสหกรณ์โดยมติของที่ประชุมใหญ่สามารถกำหนดเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งและเหตุในการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งรวมถึงการกำหนดคุณสมบัติของผู้จัดการสหกรณ์ด้วยได้ โดยกระทำในรูปแบบของการออกเป็นข้อบังคับของสหกรณ์  

     สหกรณ์ได้กำหนดกรณีการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการสหกรณ์ไว้ในข้อบังคับสหกรณ์โดยชอบแล้ว จึงต้องเป็นไปตามข้อบังคับดังกล่าวของสหกรณ์

     การที่นายทะเบียนสหกรณ์ออกระเบียบว่าด้วยการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของผู้จัดการสหกรณ์ พ.ศ. 2565 ซึ่งใช้บังคับเป็นการทั่วไปแก่ทุกสหกรณ์ ย่อมขัดหรือแย้งต่อเจตนารมณ์หรือความมุ่งหมายของพระราชบัญญัติสหกรณ์ฯ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ. 17/2569)

กรมที่ดินต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ตรวจสอบบัญชีอายัด ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย ต้องรับโอนที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

✍️ กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เหตุจากเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ตรวจสอบบัญชีอายัด ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย โดยผู้ฟ้องคดีต้องรับโอนที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รับโอนที่ดินติดอายัดไป โดยไม่รู้ตัว) 

👉 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงนามจดทะเบียนและประทับตราสำคัญในหนังสือสัญญา หรือบันทึกข้อตกลง รวมทั้งสารบัญจดทะเบียน ต้องตรวจสอบบัญชีอายัดว่า มีการอายัดที่ดินที่ผู้ขอประสงค์จะขอจดทะเบียนหรือไม่ ประการใด ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่กลับลงนามรับรองว่าตรวจสอบแล้วไม่มีอายัด และดำเนินการจดทะเบียนที่ดินให้แก่ผู้ขอ ทั้งที่ในขณะนั้นที่ดินพิพาทถูกอายัดตามประกาศกรมสรรพากร 

การกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อ 20 ของคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 635/2547 เรื่อง การอายัดที่ดิน ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2547 เป็นผลให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายต้องรับโอนที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นผลโดยตรงจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ดินจักต้องมีและใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบการอายัดได้ แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นไม่ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ 

กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ ตามจำนวนที่ศาลกำหนดพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย

(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 346/2568)