ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
✍️ กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ เหตุจากเจ้าหน้าที่ที่ดินไม่ตรวจสอบบัญชีอายัด ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย โดยผู้ฟ้องคดีต้องรับโอนที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (รับโอนที่ดินติดอายัดไป โดยไม่รู้ตัว)
👉 ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะลงนามจดทะเบียนและประทับตราสำคัญในหนังสือสัญญา หรือบันทึกข้อตกลง รวมทั้งสารบัญจดทะเบียน ต้องตรวจสอบบัญชีอายัดว่า มีการอายัดที่ดินที่ผู้ขอประสงค์จะขอจดทะเบียนหรือไม่ ประการใด ทั้งนี้ ตามระเบียบกรมที่ดิน ว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง แต่เจ้าหน้าที่กลับลงนามรับรองว่าตรวจสอบแล้วไม่มีอายัด และดำเนินการจดทะเบียนที่ดินให้แก่ผู้ขอ ทั้งที่ในขณะนั้นที่ดินพิพาทถูกอายัดตามประกาศกรมสรรพากร
การกระทำของเจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินดังกล่าว จึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนข้อ 20 ของคำสั่งกระทรวงมหาดไทยที่ 635/2547 เรื่อง การอายัดที่ดิน ลงวันที่ 21 ธันวาคม 2547 เป็นผลให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายต้องรับโอนที่ดินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่ผู้ฟ้องคดี จึงเป็นผลโดยตรงจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์โดยปราศจากความระมัดระวัง ซึ่งบุคคลในฐานะเจ้าหน้าที่ที่ดินจักต้องมีและใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบการอายัดได้ แต่หาได้ใช้ความระมัดระวังเช่นนั้นไม่ อันเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีตามมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
กรมที่ดินในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดจึงต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่เจ้าหน้าที่ของตนได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 ทั้งนี้ ตามจำนวนที่ศาลกำหนดพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย
(คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อผ. 346/2568)