16 กันยายน 2557

จดทะเบียนให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีสิทธิเก็บกินในที่ดินของตน แม้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะนำที่ดินออกให้ผู้อื่นเช่า เจ้าของที่ดินก็ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่


          เมื่อจดทะเบียนให้ผู้อื่นเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่ดินพิพาทตลอดชีวิต ผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์แห่งที่ดินนั้นได้แต่ผู้เดียวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1417 วรรคหนึ่ง ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป เจ้าของกรรมสิทธิ์ย่อมไม่มีสิทธิ์เข้ามาจัดการทรัพย์สินนั้น

          

          คำพิพากษาฎีกาที่  15033/2555 โจทก์จดทะเบียนให้นาย ส.และนาง บ. เป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกินในที่ดินพิพาทตลอดชีวิต นาย ส.และนาง บ. ย่อมมีสิทธิครอบครองใช้และถือเอาประโยชน์แห่งที่ดินนั้นได้แต่ผู้เดียวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1417 วรรคหนึ่ง ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังไม่สิ้นไป เจ้าของกรรมสิทธิ์จึงหามีสิทธิเช่นว่านี้ด้วยไม่  การบอกเลิกสัญญาเช่าหรือการฟ้องขับไล่ผู้เช่าออกจากที่ดินพิพาท จึงเป็นอำนาจในการจัดการทรัพย์สินของผู้ทรงสิทธิเก็บกิน แม้โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทก็ไม่มีอำนาจฟ้อง  
          
          หลักกฎหมาย

          ป.พ.พ. มาตรา 1417  อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิเก็บกินอันเป็นเหตุให้ผู้ทรงสิทธินั้นมีสิทธิครอบครอง ใช้ และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น  
          ผู้ทรงสิทธิเก็บกินมีอำนาจจัดการทรัพย์สิน 
          ผู้ทรงสิทธิเก็บกินในป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหิน มีสิทธิทำการแสวงประโยชน์จากป่าไม้ เหมืองแร่ หรือที่ขุดหินนั้น
 

การเอาแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ทางราชการออกให้คันอื่นมาติดรถอีกคันหนึ่ง ไม่ผิดฐานปลอมเอกสารหรือใช้เเอกสารปลอม



มาตรา 264 วรรคแรก  ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความผิดฐานปลอมเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก มีองค์ประกอบดังนี้
1. ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด  หรือ
   เติมหรือตัดทอนข้อความหรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง  หรือ
   ประทับตราปลอมหรือลงลายมือชื่อปลอมในเอกสาร
2. โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน (พฤติการณ์ประกอบการกระทำ)
3. กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้จริง  (เจตนาพิเศษ)
4. เจตนา 

แต่ เอาแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ทางราชการออกให้คันอื่นมาติด ไม่ผิดฐานปลอมเอกสารหรือใช้เเอกสารปลอม
ตัวอย่าง การที่จำเลยนำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์หมายเลข น.0311พังงา ซึ่งเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่ทางราชการออกให้แก่รถยนต์ของ ส. นำไปใช้ติดกับรถยนต์จำเลยซึ่งเป็นรถยนต์อีกคันหนึ่ง แม้จะโดยมีเจตนาแสดงให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่ารถยนต์ของจำเลยเป็นรถยนต์ที่มี หมายเลขทะเบียน น.0311 พังงา ก็ตามเมื่อแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ดังกล่าวเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แท้ จริงซึ่งทางราชการออกให้แก่รถยนต์คันอื่น จำเลยย่อมไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารหรือใช้เอกสารราชการปลอม (คำพิพากษาฎีกาที่ 1141/2523)  
สาเหตุที่ไม่ผิดปลอมเอกสารก็เพราะว่า แผ่นป้ายทะเบียนดังกล่าวเป็นของจริง ไม่ใช่ของปลอม แม้เอามาใช้กับรถคันอื่นๆ ก็ไม่ผิดปลอมเอกสาร

กรณีผิด ปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสารปลอม
ตัวอย่าง  จำเลยที่ 1 ได้นำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมปิดทับแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่แท้จริงที่ด้านหน้าและด้านท้ายของรถเพื่อใช้รถยนต์เดินทางไปที่เมืองพัทยา ป้องกันมิให้ผู้ที่พบเห็นทราบหมายเลขทะเบียนรถที่แท้จริงหากเกิดอุบัติเหตุ ในระหว่างการเดินทาง จึงเป็นการใช้แผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอมอย่างเป็นเอกสารราชการที่แท้จริง เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นรถยนต์ตามแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ที่มีการทำปลอมขึ้น และที่เกิดเหตุซึ่งเจ้าพนักงานตำรวจพบการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 เป็นสถานที่เปิดเผยในทางเดินรถสาธารณะ แม้จำเลยที่ 1 ยังมิได้ใช้รถยนต์เดินทางเคลื่อนที่จากจุดเกิดเหตุที่มีการลงมือกระทำความผิด ก็เป็นความผิดสำเร็จฐานใช้เอกสารราชการปลอม จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 265 (คำพิพากษาฎีกาที่ 15446/2555)
กรณีนี้ผิด เพราะนำป้ายทะเบียนปลอมมาปิดทับป้ายจริง