การขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว) ผู้ต้องหาหรือจำเลย


คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว (ขอประกันตัว) ผู้ต้องหาหรือจำเลย


ผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ได้แก่ 
     1. ผู้ต้องหา หรือจำเลย 
     2. ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง

คำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวนั้นสามารถยื่นต่อบุคคลและสถานที่ ดังต่อไปนี้ 
     1. เมื่อผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่และยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ให้ยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ แล้วแต่กรณี ( ป.วิ.อ.มาตรา 106(1) )
     2. เมื่อผู้ต้องหาต้องขังตามหมายศาลและยังมิได้ถูกฟ้องต่อศาล ให้ยื่นต่อศาลนั้น  ( ป.วิ.อ.มาตรา 106(2) )
     3. เมื่อผู้ต้องหาถูกฟ้องแล้ว ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น  ( ป.วิ.อ.มาตรา 106(3) )
     4. เมื่อศาลอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์แล้ว แม้ยังไม่มีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกา หรือมีการยื่นอุทธรณ์หรือฎีกาแล้วแต่ยังไม่ได้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา ให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น  ( ป.วิ.อ.มาตรา 106(4) )
     5. เมื่อศาลส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกาแล้ว จะยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดีนั้น หรือจะยื่นต่อศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณีก็ได้  ( ป.วิ.อ.มาตรา 106(5) )
               

กำหนดเวลาที่ศาลอนุญาตให้ประกัน

          1.ชั้นสอบสวน  มีกำหนดเวลาเท่ากับระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้ฝากขังจนกระทั่งมีการฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี
          2. ชั้นพิจารณาของศาล(เมื่อศาลรับฟ้องแล้ว) สัญญาประกันใช้ได้จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

เมื่อผู้ต้องหาหรือจำเลยถูกควบคุมตัวโดยศาล  ผู้ประกันสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว(ประกันตัว) โดยใช้หลักประกันได้ดังนี้

     1. การใช้หลักทรัพย์เป็นประกัน ได้แก่
          - เงินสด
          - ที่ดินมีโฉนด  หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ซึ่งมีหนังสือรับรองราคาประเมินของสำนักงานที่ดิน ซึ่งไม่มีภาระผูกพันอันอาจกระทบต่อการบังคับคดี หากจะนำสิ่งปลูกสร้างบนที่ดินมาเป็นประกันด้วยก็จะต้องแสดงสำเนาทะเบียนบ้านและหนังสือประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างที่น่าเชื่อถือประกอบด้วย
          - ห้องชุดมีโฉนดที่ดินและมีหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด และต้องไม่มีภาระผูกพันอันอาจกระทบต่อการบังคับคดีได้
          - หลักทรัพย์มีค่าอย่างอื่นที่กำหนดราคา มูลค่าที่แน่นอนได้  เช่น
               -  พันธบัตรรัฐบาล
               -  สลากออมสิน
               -  สลากออมทรัพย์ทวีสินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
               -  ใบรับเงินฝากประจำของธนาคาร
               -  ตั๋วสัญญาใช้เงินที่ธนาคารเป็นผู้ออก
               -  ตั๋วแลกเงิน หรือเช็คที่ธนาคารเป็นผู้สั่งจ่ายหรือรับรองซึ่งสามารถเรียกเก็บเงิน 
                  ได้ในวันที่ทำสัญญาประกัน
               -  หนังสือรับรองของธนาคารเพื่อชำระเบี้ยปรับแทนในกรณีผิดสัญญาประกัน

     2. การใช้บุคคลเป็นประกัน
     เป็นผู้ดำรงตำแหน่งหน้าที่การงานหรือมีรายได้แน่นอน  เช่น
          - ข้าราชการ  ข้าราชการบำนาญ
          - สมาชิกรัฐสภา
          - ผู้บริหารราชการส่วนท้องถิ่น
          - สมาชิกสภาท้องถิ่น
          - พนักงานองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น
          - พนักงานรัฐวิสาหกิจ
          - พนักงานของรัฐประเภทอื่นๆ ลุกจ้างของทางราชการหรือรัฐวิสาหกิจ
          - ผู้บริหารพรรคการเมือง
          - ทนายความ
     และเป็นผู้มีความสัมพันธ์กับผู้ต้องหาหรือจำเลย  ได้แก่
          - บุพการี  ผู้สืบสันดาน สามี ภริยา ญาติ พี่น้อง
          - ผู้บังคับบัญชา  นายจ้าง
          - บุคคลที่เกี่ยวพันโดยทางสมรส  หรือ
          - บุคคลที่ศาลเห็นว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดเสมือนเป็นญาติพี่น้องหรือมีความสัมพันธ์
            ในทางอื่นที่ศาลเห็นสมควรให้ประกันได้

     หลักฐานที่ต้องใช้ในการขอประกันตัว 
               - บัตรประชาชน  บัตรข้าราชการ  หรือบัตรแสดงตำแหน่งหน้าที่การงาน  ทะเบียนบ้าน
                 ของจำเลยและผู้ประกันพร้อมสำเนา
               - หลักทรัพย์  เช่น  โฉนดที่ดิน  หนังสือรับรองการทำประโยชน์  (น.ส.3ก)  เงินสด  
                 บัญชีเงินฝาก
               - หนังสือรับรองจากต้นสังกัดหรือนายจ้าง  (กรณีขอประกันตัวด้วยตำแหน่งหน้าที่)
               - หนังสือรับรองราคาประเมิน (กรณีใช้โฉนดที่ดิน, นส.3 ก. เป็นประกัน)
               - หนังสือรับรองจากธนาคาร  (กรณีใช้สมุดเงินฝากเป็นประกัน)
               - หลักฐานการยินยอมของคู่สมรส  (กรณีผู้ประกันมีคู่สมรส)


ศาลจะสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว(ไม่ให้ประกันตัว) เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้
               (1) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะหลบหนี
               (2) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
               (3) ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น
               (4) ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ
               (5) การปล่อยชั่วคราวจะเป็นอุปสรรคหรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อการสอบสวนของเจ้าพนักงานหรือการดำเนินคดีในศาล
               คำสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวต้องแสดงเหตุผล และต้องแจ้งเหตุดังกล่าวให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยและผู้ยื่นคำร้องขอให้ปล่อยชั่วคราวทราบเป็นหนังสือโดยเร็ว  ( ป.วิ.อ. มาตรา 108/1 )


กรณีที่ศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ร้องขอ มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนั้นได้ ดังต่อไปนี้
               (1) คำสั่งของศาลชั้นต้น ให้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์
               (2) คำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้อุทธรณ์ไปยังศาลฎีกา
               ให้ศาลชั้นต้นที่รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งรีบส่งคำร้องดังกล่าวพร้อมด้วยสำนวนความ หรือสำเนาสำนวนความเท่าที่จำเป็นไปยังศาลอุทธรณ์หรือศาลฎีกา แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณา และมีคำสั่งโดยเร็ว
               คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวยืนตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด แต่ทั้งนี้ ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องให้ปล่อยชั่วคราวใหม่   ( ป.วิ.อ. มาตรา 119 ทวิ )



เพิ่มเติม